5 เหตุผล ที่อาจทำให้การเลิกบุหรี่ยากขึ้นสำหรับ “ผู้หญิง”

ใครที่สูบบุหรี่เป็นประจำ (หรืออาจจะสูบพอตอยู่ก็ตาม) คงทราบกันดีอยู่แล้วถึง “อันตราย” ของบุหรี่ โดยเฉพาะบุหรี่แบบมวน ถ้าถามแบบกว้างๆ หลายคนก็อาจตอบได้ทันทีว่า อันตรายแน่นอน แต่มันอันตรายมากแค่ไหน? มาลองดูตัวอย่างคร่าวๆ กันก่อนครับ

จากแหล่งข้อมูลของหน่วยงานรัฐบาลในสหรัฐ ได้ชี้วัดความอันตรายของการสูบบุหรี่ต่อสุขภาพและชีวิต โดยกล่าวถึงขั้นว่า ทุกๆ 5 การเสียชีวิต ของประชากรจากโรคที่ป้องกันได้ในสหรัฐฯ จะมี 1 การเสียชีวิตที่มีตัวการหลักคือบุหรี่ ซึ่งหากนับรวมๆ ต่อปีก็ตกประมาณ 480,000 คนเลยทีเดียว (อ้างอิงจาก CDC – Centers for Disease Control and Prevention – U.S.)

แล้วทำไมเราถึงสูบบุหรี่กัน?

คำถามนี้เมื่อถูกเกริ่นขึ้นมาบนเว็บไซต์ผู้จัดจำหน่ายพอตและบุหรี่ไฟฟ้าอย่าง INFY Thailand ก็คงฟังดูแปลกใช่ไหมหล่ะครับ ขอให้ผู้อ่านให้อภัยกับความย้อนแย้งไปสักนิดของเราด้วย แต่เชื่อเถอะครับคุณผู้อ่าน ว่าเรามีเพียงจุดประสงค์เดียว และแน่นอนว่าคือการการได้เผยแพร่ข้อมูลที่ ถ้าไม่ถูกต้อง ก็แม่นยำเท่าที่จะเป็นไปได้ และตีแผ่ทุกเรื่องราวอันเป็นประโยชน์ ทั้งในเรื่องอันตรายจากบุหรี่ หรืออันตรายจากการสูบพอตเองก็ตาม

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้อ่านหรือลูกค้าทุกท่าน ได้ตัดสินใจและเลือกได้ด้วยตนเอง ปราศจากการชักจูงหรือชักชวน ว่าการสูบบุหรี่นั้นมีความเสี่ยงแค่ไหน อันตรายกว่าพอตจริงไหม? และตัวเองจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องใช้พอตหรือบุหรี่เป็นตัวช่วย?

เข้าเรื่องกันเลย ในผู้ใหญ่ที่ถูกจัดรวมว่าเป็นผู้สูบบุหรี่เป็นประจำ พวกเขา 90% นั้นจะเริ่มต้นในช่วงวัยรุ่น แต่จะมีความแตกต่างชัดเจนระหว่างเพศสภาพ ที่เกี่ยวข้องกับนิสัยการสูบบุหรี่ของพวกเขาอยู่ครับ และอย่างที่ทุกคนอาจจะคิดไว้อยู่แล้ว มีจำนวนผู้ชายที่สูบบุหรี่มากกว่าผู้หญิง โดยประชากรผู้ชายนั้นส่วนมากจะใช้ (หรือไม่อย่างน้อยก็จะพยายามลอง) บุหรี่ในรูปแบบต่างๆ หรือใกล้เคียง อาธิ ซิการ์ ยาสูบแบบโรล รวมไปถึงหมากฝรั่งนิโคติน พูดง่ายๆว่าเอาหมด ลองไว้ก่อน ตามเพื่อนให้หมด

อย่างที่หลายๆคนเป็นอยู่ แม้แรกๆ จะเริ่มสูบเพื่อเข้าสังคม แต่กว่าจะรู้ตัวก็สูบต่อมาเรื่อยๆ นั่นก็เพราะว่าสารต่างๆในบุหรี่ไปส่งสัญญานเปิดทางและบอกสมองเราว่า เรากำลังพึงพอใจกับรางวัลที่ได้รับนั่นเองครับ ไปๆ มาก็กลายเป็นความติด (Addiction) จนกู่ไม่กลับ

ส่วนผู้หญิงในทางกลับกัน มักจะไม่ลองอะไรแปลกๆ และเลือกสูบแค่บุหรี่อย่างเดียว(แน่นอนว่าในปัจจุบันก็คงมีการใช้พอตแทนมากขึ้นเยอะ) ซึ่งมีการค้นพบว่า ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยสูบบุหรี่เป็นประจำ หรือหนักขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีสาเหตุจากความเครียดและรูปร่าง/น้ำหนักตัว แน่นอนว่าอาจจะมีสูบเผื่อเข้าสังคมเป็นครั้งคราวบ้าง แต่พวกเธอมักจะใช้บุหรี่ เป็นเครื่องมือหลักในการจัดการและควบคุมอารมณ์ หรือความเครียดที่สะสม รวมไปถึงปัญหาทางอารมณ์ต่างๆ และปัญหาสุขภาพจิตอย่างโรคซึมเศร้าและวิตกกังวล (ซึ่งจริงๆ ข้อนี้ผู้เขียนมองว่าอาจจะเป็นไปได้ในสังคมขนาดใหญ่อย่าง สหรัฐฯ แต่ก็ดูจะเป็นการยัดเยียดความเปราะบางให้เพศหญิงไปสักนิด เพราะผู้ชายดูจะรับบทบาทที่เน้นการสูบบุหรี่เพื่อเข้าหาเพื่อนฝูง หรือความบันเทิงและบริบทการเข้าสังคม ในขณะที่ผู้หญิงสูบบุหรี่เพราะเครียดเป็นหลัก อาจไม่จริงเสมอไปมั้งครับ?)

ก็เพราะว่าการเลิกบุหรี่มันยาก…

แม้จะพยายามแล้วก็เถอะ!! แต่ประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ของผู้สูบบุหรี่มักจะกลับมาสูบบุหรี่ภายใน 1 ปีครับ… แน่นอนว่าหลายคนรวมทั้งผู้เขียนคงอาจจำได้ดี การเลิกบุหรี่มันไม่เคยง่ายแน่นอน ไม่งั้นเราคงไม่มานั่งอ่านบล็อกนี้… หรือเลือกพอตมาใช้งานกันหรอก

และแม้ว่าจะเปลี่ยนมาใช้พอตแทน ซึ่งก็ยังต้องนับว่าเป็นการบริโภคนิโคตินในอีกรูปแบบนึง ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะห่างจากพิษของบุหรี่และนิโคตินอย่างถาวร ดังนั้น แม้ท่านจะเลิกบุหรี่มาดูดพอตแทน ก็อยากให้อ่านบทความนี้จนจบครับ

นักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบการเลิกบุหรี่กับการเลิกโคเคนหรือฮีโรอีน ทำไมกัน? ก็เพราะพืชยาสูบนั้นมีนิโคตินนั่นเองเองครับ ซึ่งนับเป็นสารอันตราย ซึ่งมีฤทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมของสมองเราให้ถวิลหานิโคตินที่มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะขาดไม่ได้

ความลับที่ไม่มีใครกล้าบอกของตัวร้าย… นิโคติน

องค์กรอย่าง truth initiative ยังบอกไว้อีกด้วยว่า บริษัทยักษ์ใหญ่และผู้ผลิตต่างๆ ในอุตสาหกรรมผลิตบุหรี่มวนนั้น ล้วนแต่ดัดแปลงพืชของพวกเขาเพื่อให้มีปริมาณนิโคตินได้มากขึ้นถึง 2 เท่า! แถมยังบอกอีกว่าพวกเขาอาจจะใส่แอมโมเนียเข้าไปด้วย

การใส่แอมโมเนียเข้าไปเนี่ย ก็เพื่อให้เจ้านิโคตินสามารถวิ่งเข้าไปสู่สมองเราได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลออกฤทธิ์และเข้าไปเปลี่นแปลงระบบการให้รางวัลในสมอง ในระยะเวลาที่สั้นลงหรือแทบจะทันทีทันใดเลยทีเดียว ในขณะที่ผู้ผลิตบางราย แม้จะไม่ได้ใส่แอมโมเนียเข้าไป แต่ก็มีการเพิ่มน้ำตาล หรือสารเติมแต่งอื่นๆ ให้ร่างกายของเราดูดซึมนิโคตินได้ง่ายยิ่งขึ้นนั่นเองครับ

และ นี่คือเหตุผลที่ส่วนใหญ่ของผู้สูบบุหรี่ต้องใช้การพยายามหลายครั้งเพื่อเลิกสูบบุหรี่ก่อนที่จะประสบความสำเร็จ โดย CDC แนะนำว่าต้องใช้เวลาระหว่าง 8 ถึง 11 ครั้ง ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอื่นๆ มักเชื่อว่ามันน้อยกว่านั้นสักนิดหนึ่ง ซึ่งก็อยู่ที่ประมาณ 5-7 ครั้งนั่นเอง

ไม่ว่าจะมีทรัพยากร และความพร้อมมากสักเพียงใด สำหรับผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ ก็มีหลายตัวชี้วัดที่สามารถบอกได้ หรือทำนายได้ว่าผู้สูบบุหรี่จะกลับมาสูบและติดบุหรี่อีกครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของเพศสภาพ?

มีหลายการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงมีความยากลำบาก ในการเลิกบุหรี่ มากกว่าผู้ชายเยอะมากนัก เพราะเหตุใด? ตามไปดูกันเลยครับ

1. ฮอร์โมน

    คุณเคยได้ยินเรื่องของฮอร์โมนไหมครับ? มันคล้ายกับผู้ส่งสารหรือเมสเสนเจอร์ขนาดจิ๋วในร่างกายเรา ซึ่งฮอร์โมนนี้แหละที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องของเหตุผลที่ทำให้การเลิกสูบบุหรี่ยากขึ้นสำหรับผู้หญิงบางคนครับ มาดูกันเลยว่ามันเกี่ยวข้องอย่างไรกันบ้าง!

    อย่างแรกเราต้องเขาใจกันก่อน ว่าเพศหญิงจะเป็นเพศที่มีฮอร์โมนอย่างเอสโตรเจนเยอะกว่าเพศชาย ซึ่งการวิจัยพบว่าระดับเอสโตรเจนสามารถมีผลต่อวิธีการของสมองของคุณในส่วนของการให้รางวัลเมื่อได้รับนิโคติน

    จินตนาการแบบนี้ว่าสมองของเรานั้นมีส่วนพิเศษที่เรียกว่าพื้นที่ตรงกลางล่าง (VTA) ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบรางวัล และโดพามีน – สารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุข โดยตรง ดังนั้นการที่เรามีเอสโทรเจนในระดับปกติหรือคนที่สุขภาพดี ย่อมทำให้การเลิกบุหรี่ทำได้ครับ เพราะเรามีตัวช่วยที่จะส่งสารบอกสมองว่าเราความสุขดีอยู่เป็นระยะๆ เรียกง่ายๆ ว่าระบบฮอร์โมนสมดุลดี ไม่มีการแทรกแซง

    แต่ก็นั้นแหละครับ ตรงที่บุหรี่จะเข้ามาแทรกแซงสมองของเรา! นิโคตินจะไปยับยั้งเอนไซม์ที่ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนในธาลามัส ซึ่งเป็นบริเวณของสมองที่มีตัวรับนิโคตินมากที่สุด ทำให้ระดับเอสโตรเจนลดลง ส่งผลให้การเลิกบุหรี่ทำได้ยากขึ้น หรือยากมากๆ จากผลการศึกษาขนาดเล็กที่นำเสนอในงานประชุมประจำปีครั้งที่ 35 ของวิทยาลัยเภสัชประสาทวิทยา (European College of Neuropsychopharmacology) เมื่อปี 2022 ชี้ว่า แม้ว่าคุณจะเป็นผู้ที่เลิกบุหรี่ได้สำเร็จมาแล้วก็เถอะ ก็ยังมีโอกาสกลับไปสูบอีกได้ (Relapse)

    2. ความเครียด

      ความอยากสูบบุหรี่หรือลงแดง อยากสูบจนทนไม่ไหว เราจะเรียกว่า เครฟวิ่ง (Craving) เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คนส่วนมากยังคงสูบบุหรี่ต่อไป และเลิกไม่ได้สักที ซึ่งมักมีจุดเริ่มต้นมาจากความเครียดสะสม

      การศึกษาพบว่าผู้หญิงมีความเครียด มากกว่าผู้ชาย เพราะต้องรับมือทั้งกับชีวิตการงาน ภาระของงานบ้าน และการดูแลเด็ก แถมถ้าหากเราไปดูรายงานของ Women in the Workplace ในปี 2022 ผู้หญิงมักจะมีความอดทน และ “ปั้นหน้านิ่ง” ได้ดีกว่าผู้ชายมาก ซึ่งทำให้เกิดภาระทางอารมณ์และความกดดันที่มากกว่าหลาย

      เพราะต้องพยายามระงับอารมณ์ และแสดงออกถึงความสุขุมเอาไว้ เป็นการกดขี่ความรู้สึกของตนเองซ้ำๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงมีความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ที่สูงกว่าเพศชาย และอาจทำให้เกิดความเครียดสะสมได้ง่ายยิ่งขึ้น

      “น่าเสียดายที่ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มันเป็นเหตุอีกอย่างที่ทำให้การเลิกสูบบุหรี่ยากขึ้น” “ลองใช้เทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การหายใจลึก การสมาธิ ดนตรีและการศิลปะการรักษาโรค รวมถึงคุณยังสามารถพูดคุยกับหมอหรือจิตแพทย์ของคุณได้ พวกเขาอาจจะให้เคล็ดลับ สั่งยา หรือแนะนำคุณไปยังหมอที่เชี่ยวชาญในสาขาที่เหมาะสม”

      3. น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น

      การควบคุมน้ำหนักเป็นเหตุผลที่พบบ่อยในการเริ่มสูบบุหรี่ของผู้หญิง และยังเป็นอุปสรรคที่พบบ่อยในการเลิกสูบหรือเป็นสาเหตุให้เกิดการกลับมาใช้บุหรี่อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การศึกษาชี้ให้เห็นว่าผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จ เคยมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาระหว่าง 3-5 กิโล ซึ่งสุดท้ายแล้วจะสามารถลดน้ำหนักนั้นได้ภายใน 1

      4. อาการถอนยาที่รุนแรงกว่า

        การถอนยา มีอาการได้หลากหลายรูปแบบ อย่างการคลื่นไส้ ภาวะหลับยากหรือนอนหลับไม่ได้ ไม่โฟกัสกับงานและขาดความสนใจ/กระตือรือร้น ในบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นท้อแท้ เศร้า หมดสิ้นหวัง และวิตกกังวล

        ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้สามารถทำให้คุณรู้สึกทรมานมากมาย ซึ่งในขณะที่การรักษาด้วยยานั้นสามารถช่วยได้อย่างได้ผลดีเลยหล่ะครับ และแม้ว่าผู้หญิงนั้นมีโอกาสที่จะเข้าหาความช่วยเหลือจากแพทย์ และยอมรับการรักษาด้วยยาได้ง่ายกว่า แต่ปัญหามันอยู่ที่ อัตราความสำเร็จในการเลิกสูบมักต่ำลงในผู้หญิงที่ไม่ได้ใช้ยาช่วย ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความมุ่งมั่น ที่น้อยกว่า ไม่เด็ดขาด ซึ่งก็แค่การเหมารวมโดยใช้บริบทสังคมที่ไม่ค่อยทันสมัยเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน การมองหาตัวช่วย และเลือกปรึกษาจิตแพทย์ หรือการรักษาด้วยยาเป็นสิ่งที่ควรทำทันทีที่รู้สึกว่าต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดครับ

        5. การสูญเสียตนเอง

        ผู้หญิงสูบบุหรี่ในระยะยาวมองการสูบบุหรี่เป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์และไลฟ์สไตล์ของตนเอง ซึ่งจริงๆก็อาจเป็นอีกกรณีที่สังคมเป็นตัวสะท้อนสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นมา เช่นเวลาเราเห็นผู้หญิงสูบบุหรี่ เรามักจะเผลอคิดในหัวหรือกระทั่งพูดออกมา ว่าผู้หญิงคนนั้นสูบบุหรี่ และเป็นจุดสนใจมากกว่าการที่ผู้ชายทั่วๆไปคนนึงสูบบุหรี่ที่เห็นได้ทั่วไป

        แหล่งอ้างอิง:

        1. https://www.brown.edu/Courses/BI_278/Other/Teaching%20examples/biomed-370/syllabus/20-nicotine.pdf

        ใส่ความเห็น

        อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

        สั่งซื้อง่ายกว่า! บน Line คลิก